สวัสดีปีใหม่ค่ะ!!! 
 
วันหยุดวันสุดท้ายของคริสต์มาสและปีใหม่ เก็บกวาดอะไรหลายๆอย่างและนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยมี Blog ที่ไม่ได้เขียนอยู่นานแล้วนี่นา ถึงขั้นลืม password ไปแล้วด้วย (ฮา) พอ Login แล้วเช็คๆข้อมูลดู ระบบบอกว่า  your last login was 2011-08-23 20:26:04 
 
ช่วงที่เขียนอะไรๆที่นี่ เป็นช่วงที่ยังเด็กๆ ความคิดหลายๆอย่างและการเขียนของเรามันคงจะแตกต่างออกไปแล้ว เลยตัดสินใจเก็บที่นี่ไว้เป็นความทรงจำดีๆ ย้ายชีวิตตอนนี้ไปเขียนที่บ้านใหม่แทน ที่  
 
http://piinkc.wordpress.com/ 
 
ขอบคุณความทรงจำดีๆที่ได้มาบ่นๆอะไรที่นี่นะ ที่นี่เป็นเหมือน hidden annex ของเราสมัยก่อนเลยล่ะ :) 

Evangalion 2.0 You Can (not) Advance

posted on 09 Jul 2010 23:38 by hiyono

ร้างไปนานมาก แต่แอบงงว่าทำไมมันมีเลขคนเข้า blog ละเนี่ย ^^' 

กะ Evangalion 2.0 You Can (not) Advance ถ้าใครอ่านการ์ตูนก็น่าจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้างแหล่ะน่า  แต่ไม่รู้ทำไมเพื่อนเรารู้จักเรื่องนี้กันน้อยจังเลยฟะ จนไม่รู้จะชวนใครไปดูดี อย่ากระนั้นเลย รอเพื่อนคงอดดู วันนี้หลังเลิกงาน ดิ่งไปสยามตีตั๋วเข้าไปดูรอบ 18.30 น.คนเดียวอย่างมั่นมากกก

จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแฟนมาก่อน รู้เรื่องคร่าวๆเฉยๆ ตัวเอกมีชินจิ เรย์ อาซึกะ บังคับหุ่นเอวา และเนื้อเรื่องล้ำลึก 555 อาศัยว่าเคยเห็นหน้าตัวละครมานาน คิดว่าตัวเองคงดูรู้เรื่องน่า แต่สาเหตุหลักจริงๆคือเห็นตัวละครนึงแล้วรู้สึกว่าน่ารักจังฟ่ะ! เป็นสาเหตุที่ตีตั๋วเดี่ยวไปดูในที่สุด คือมารินั่นเอง ^ ^  

สุดท้าย เราคิดว่าดูรู้เรื่องนะ ถึงไม่เคยดูภาคอื่นๆมาก่อนเลยก็เหอะ เพราะว่าเหมือนกับเอาเนื้อเรื่องเดิมมาปรับเล่าใหม่ แฟนๆกลุ่มใหม่ก็ยังเข้าใจเรื่องได้ สมชื่อ rebuild จนอยากกลับไปดูของ original TV ว่าเป็นยังไงหง่ะ สมัยที่มันดังๆโน้นมันนานเกินไป 555+

{สปอย์จ้าาา}
 

แต่..กรี๊ด ขนาดไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ ฉาก ชินจิสู้กับอาซึกะ แล้วเพลงขึ้น จริงๆก็ฟังออกแต่ sayonara อ่ะนะคะ แต่มันก็ช่างเป็นลางงงง คิดในใจว่าไม่สิ ต้องรอดดิ ทำไมเพลงมันบิ้วงี้วะ แปลไม่ออกยังเศร้าเลย T____T และ....กร๊วม!! ช็อคเลยเรา..และก็ชอบฉากที่ชินจิดึงเรย์ออกมา ตั้งแต่ตอนพยายามช่วยจน syn 400% เมพขิงๆจนจบ แบบว่าซึ้งอ่ะ ประทับใจฉากนี้มากสุดในเรื่องเลย

เทวทูตตัวแพนเค้ก น่ากลัวอ่ะ บรึ๋ยๆมากสำหรับเรา แถมตามไปอ่านสปอยที่เค้าคุยๆกันแอบงงว่าบอสสุดท้ายมันมีชื่อเล่นที่เรียกว่า ทิชชู่คุง! -__-' เอ่อ.. น่าเกรงขามมากจริงๆ...

มาริ..น่ารักจริงๆ เรารู้สึกว่าตัวละครนี้มันเชี่ยว เท่ มั่นและสมัยใหม่อ่ะ ดูไม่ออกแนวปัญหาทางจิตใจหนักแบบสามคนนั่น อาจจะเพราะเป็นตัวละครที่เพิ่งเกิดแล้วออกมาคนละยุคละมั้งนะ สาวแว่นสุดยอดจริง 555+ และยังสงสัยว่ามาริทำให้เพลงที่ชินจิฟังเปลี่ยนมันมีความหมายแฝงลึกขนาดไหนน่อ..และอื่นๆที่รู้สึกว่าถ้าเป็นแฟนต้องจับจุดโน้นนี้ได้อีกเยอะเพราะแลมีนัยยะเยอะจริงๆ ..นี่เราตกหลุมของเอวานเข้าซะแล้วสินะ ="=  

 

{สปอย์จบฮ่ะ}

 

สงสัยพรุ่งนี้ต้องออกไปหา 01 มาดู เมื่อวานเห็น box set ขายอยู่ด้วยล่ะแต่แบบว่าเดือนนี้กรอบฮ่ะ ช้อปหมดตัว ไว้มีโอกาสจะหาทางสอยมาดูให้ได้เลย >w<

SCG Career Camp

posted on 05 Feb 2010 22:00 by hiyono

ชีวิตตกต่ำ งานสุมรุมประดังเหมือนทุกๆครั้งที่บ่นมา 55

แต่ครั้งนี้ มันเดิมพันด้วยการเรียนจบ ไม่จบเลยทีเดียว สองเดือน..เฮ้อ จะว่าเร็วก็เร็ว ช้าก็ช้านะ  

ปิดกีฬามหาลัย ทริปที่กะว่าจะไปกระบี่ก็ล่ม เลยอยู่ที่นี่มันนี่แหล่ะ ขี้เกียจไปวันๆ 

ถ้ามาคิดดีๆ เวลายุ่งก็ยุ่งมาก แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีเวลาไร้สาระซะทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเราเอาเวลาไปทำอะไรมากกว่า 

(เช่น อัฟบล็อค ฟาร์มวิล เฟซบุคไปวันๆ 55555) 

อาทิตย์ที่แล้ว มีโอกาสได้ไป SCG Career Camp มา ถ้าไปกระบี่คงอดไปค่าย นี่่มันเป็นโชคดีบนความโชคร้ายรึเปล่าหว่า -___-" 

ค่ายสองวัน หนึ่งคืนที่สระบุรี เป็นรอบที่มีพวกการตลาด โลจิสติกส์ บัญชี ไปอย่างละสองกรุ๊ป รวมเป็น 6 กลุ่มย่อย อารมณ์ว่าแบ่งกลุ่มโต๊ะตามสาขา ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งสองวันว่างั้น 

เราได้อยู่กับเพื่อนจากเอกเดียวกันสามคน เหมือนไม่ค่อยต้องปรับตัวอะไรเลย และตลอดเวลาที่เข้าค่ายก็ไม่ค่อยได้ไปเฮฮากับเพื่อนกรุ๊ปอื่นๆเท่าไหร่ด้วยอารมณ์แบบว่าเซ็งๆอะไรหลายอย่าง พลาดจริงๆ

พี่ส่วนเฮฮา นับว่าเอนเตอร์เทนน้องเก่งมาก จนสงสัยว่าเวลาปกติพี่เค้าตำแหน่งอะไรหว่า เฮฮาร่าเริงได้โล่  

หลังจาก ice break กัน เวลาเป็นเงินเป็นทอง ก็เริ่มกิจกรรม เป็น Ethic test เลือกว่าถ้าเป็นนายอำเภอ มีสองหมู่บ้านจะเลือกสร้างฝายให้กับหมู่บ้านไหน เสนอเหตุผล ดิสคัสกัน 

ตอนนี้ก็เริ่มมีพี่ประจำกลุ่ม มานั่งและ..ติ๊กแฟ้มตลอดเว อารมณ์ว่าต้องประเมินด้านนั้นด้านนี้ที่เราไม่มีทางรู้ว่าฐานนี้ประเมินอะไรไปบ้าง แอบสร้างความกดดันเล็กๆแต่ตอนหลังๆก็ลืมไปล่ะว่าพี่เค้าประเมินเอ็งอยู่นะ -___-"  

มีเล่นเกมสลาฟด้วยตัวเลขที่เค้าให้มา ผลการเล่นแต่ละครั้งพลิกตลอดเวจริงๆ 

ช่วงบ่ายเริ่มมีฐานทำโน่นทำนี่ ทั้งวัดดวง เช่น ถ่ายรูปที่นึกถึงคำว่าทีมฟุตบอล 3 รูป เลือกมารูปนึง แล้ววัดดวงกัน พี่ตากล้องก็ยุเหลือเกิน พี่ว่ารูปนี้ดีกว่า สวยๆ รูปนี้เห็นไม่ครบทุกคน ในที่สุดก็ได้รูปมาตรฐาน มีคนนั่งและมีคนยืน ทุกท่านต้องเคยเห็นฟอร์มนี้ชัวร์ๆ สรุป นั่งเกินสามคน ลบสิบคะแนน ถ้าไม่เกินได้ยี่สิบ เอิ่ม..คะแนนยังไม่มียังมาลบหนูได้อีก (ฮา)  แต่โจทย์แต่ละทีมจะแตกต่างกันไป มีทั้งโจทย์แอ๊บแบ๊วต่างๆนานา สร้างสรรค์ดี

แล้วก็มีฐานคิดๆ แบบต่อโดมิโนให้ล้มพินโบว์ลิ่งให้ได้ ล้มหมดร้อย ล้มไม่หมด 0 ซึ่งเรามากับดวงอยู่แล้ว 

ล้มสี่ ไม่ล้มหนึ่ง -_____-" จึงรับ 0 ไปแบบไม่ต้องกังขาในโชควันนี้ 

มีเกมเอารถพยาบาลออกจากที่จอด แบบว่าบล็อคแนวตั้งเลื่อนขึ้นลงได้อย่างเดียว แนวนอนก็เลื่อนขวางได้อย่างเดียว เป็นเกมแบบที่ชื่อ Block ใน iPod ของเราเลยหว่ะ แต่ก่อนพ่อเราเรียกเกมนี้ว่า "เกมขุนแผนแหกคุก" เล่นมาเป็นสิบปีแล้ว อันนี้ไม่รู้เค้าเรียกเองหรือว่ามันเป็นชื่อไทยจริงๆ ^ ^'  แน่นอนว่าเราไม่เคลียร์ด่านนี้(มั่นจริงๆ) และถ้าจำไม่ผิดไม่มีคนแก้ออกมาได้ทันเวลาด้วย ของเค้าดีจริง   

เรื่องฮาคือ Block ใน iPod ระดับ medium เราติดอยู่สองด่าน เล่นเท่าไหร่มันก็ไม่ผ่านทำให้ไประดับ Hard ไม่ได้ซะที หลังสอบสัมภาษณ์เสร็จหยิบขึ้นมาเล่นๆ เรากลับเคลียร์ได้ทั้งสองด่านเลย แบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เฮ้ย บล็อคมันออกได้แล้วหว่ะ ลากๆเล่นๆรู้ตัวอีกทีมันแก้ได้แล้ว แก้อีกครั้งไม่ได้ด้วย 5555+  อืม..เวลาคนเราต้องใช้ความคิดมากๆนี่มันทำให้ได้พัฒนาทักษะอะไรขึ้นมาใช่มั้ยนี่   

และยังมีเกมบวกกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย กว่าจะได้กินข้าวเย็นก็เพลียๆ อากาศร้อนมาก ทำกิจกรรมกลางคืนเสร็จกลับห้องหลับเป็นตายเลยทีเดียว อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะอาหารก็อิ่มหมีพีมันด้วยรึเปล่า อร่อยและมีกินตลอด เป็นจุดที่ค่อนข้างประทับใจนะ :P 

วันที่สอง มีสอบสัมภาษณ์ ของเราพี่มาคนเดียวและเป็นห้องเดียวที่สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ห้องอื่นๆเค้าเป็นไทยกันหมด โดนจัดมาอยู่ผิด BU รึเปล่าวะตู เอาเหอะ ดีครับดี -__-  ลองของจริงซักที  สัมภาษณ์เสร็จไม่หวังอะไร ดูเหมือนนอกจากเซลล์แล้วตำแหน่งอื่นๆนั้นช่างมีน้อยนิด แต่ก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์กับการสอบสัมภาษณ์งานครั้งแรก + สถิติสัมภาษณ์งานเป็นอิ้งครั้งแรกด้วย คาดว่ากว่าจะได้งานแรกคงยังต้องโดนอีกหลายครั้ง บริษัทสมัยนี้เค้าก็เอาอิ้งกันทั้งนั่นอ่ะเนอะ 

ผ่านมาแล้ว ดีที่ทำให้รู้ว่ายังอ่อนพูดอีกเยอะ ฟังอ่านเขียนมันยังใช้บ้าง แต่สกิลพูดนี่ตูจะไปฝึกที่ไหนดีหว่า หลังเลิกเรียนอินลิงกัวแล้วโคตรร้างลา -"-

หวังไว้ว่า สัมภาษณ์ครั้งหน้าจะทำได้ดีกว่านี้ สาธุ :) 

เทศกาล

posted on 24 Dec 2009 16:44 by hiyono

จบเทศกาลสอบมิดเทอม

แต่จริงๆเทอมนี้สอบแค่สองตัวเองอ่ะ น้อยที่สุดตั้งแต่เรียนมาเลย 

ทำประวัติศาสตร์ ไม่เขียนคำตอบลงไปด้วย 555+ ตั้งแต่สอบมาไม่เคยไม่เขียนตอบอะไรเลยนะ -____-"

Simulation ทำให้เราทุบสถิติเลยจริงๆ 

ตอนนี้คิดโปรเจคหัวปั่น มีระบบพวกแถวคอยอะไรที่ไหนมีปัญหามั่งมั้ยเนี่ย  

ทำไมรู้สึกชีวิตปกติเวลาต่อแถวก็ไม่ได้รู้สึกรอนานเท่าไหร่แฮะ

ช่วงนี้กำลังมองหากล้องก่องแก้งตัวใหม่ เพราะตัวเก่ายกให้น้องสาวไป (ดีใจมาก อยากได้ของใหม่ 55) 

พอไม่มีกล้องแล้วรู้สึกว่าเวลาอยากถ่ายอะไรมันก็แอบเซ็งๆบางที ตอนนี้เลยต้องใช้กล้องจากมือถือไปพลางๆ  

ยิ่งใกล้เรียนจบแล้วยิ่งรู้สึกว่าอยากถ่ายรูปกับเพื่อนไว้เยอะๆจัง ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ถ่ายนะเรา 

 วันก่อนออกไปกินข้าว แล้วเห็นว่าประหลาดดี ฟ้าเหมือนขนมชั้นเลยแฮะ แต่ยืนอยู่ไกล ซูมแล้วก็ได้เท่านี้

จริงแล้วสีน่ารักมาก แต่นั่นล่ะ ถ่ายมาแล้วได้แค่นี้ 

 

ช่วงนี้น้ำหนักลงเยอะมาก หนักเหลือแค่ 45 จากที่เราคิดว่าแบบพอดีๆเราต้องหนักซัก 50 กำลังดี ตกใจมากตอนชั่ง ทุกคนทักกันเกรียวกราวว่าผอมไปนะ ตั้งแต่พ่อ ป้า เพื่อน กระทั่งคุณป้าร้านเช่าการ์ตูนยังทักอ่ะ ^ ^"

อารมณ์เหมือนแอบเบื่ออาหารแถวๆม.แล้ว กินมาแล้วสี่ปี แบบว่าทุกวันการคิดเมนูอาหารเช้าและเย็นเป็นอะไรที่เซ็ง ตอนนี้ขยายอาณาเขตการกินออกไปเลยปาร์คไปถึงยูเฮาส์แล้ว ถ้าเรียนห้าหกปีคาดว่าคงไปถึงตลาดไทแน่ๆ นอกนั้นคาดว่าสงสัยไม่มีขนมหวานไปเลี้ยงกระเพาะ บวกกับงานสุมประดังเข้ามาน้ำหนักเลยลงมาถึงขนาดนี้ 

เมทอิฮั้นจึง..จัดการขุนด้วยของหวาน พร้อมช็อคโกแลตที่วาดมาเป็นหัวเกาลัด 5555+ 

อร่อยสุดๆ การมีวันเกิดตรงกับช่วงเปิดเทอมทำให้ได้เซอร์ไพรส์ทุกปีเลย 

โชคดีจริงๆที่ได้รูมเมทดีๆ ไม่น่าเชื่อว่าระบบเมทแรนดอมของมหาลัยทำให้เราได้เจอเพื่อนแท้เพิ่มอีกสองรายแน่ะ  พอไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วเราต้องเหงามากแน่เลย 

อาทิตย์ที่ผ่านมาเลยชวนกันไปกินข้าวข้างนอกตลอด ทั้งเซน โคโค่อิจิบันยะ และติ่มซำตั้งใหญ่ 

แบบว่าอิ่มหนำสำราญแต่หมดตัวจริงจัง -____-" อาทิตย์เดียวกินไปหลายร้อย เอิ้กซ์  (แต่น้ำหนักเรามันก็ยังไม่กลับมาซะที เริ่มเครียดจริงจังว่าต้องไปหาพวกยาทำให้อยากอาหารมากินมั้ยเนี่ย -__-" )

อารมณ์ถือซะว่าเลี้ยงฉลองปีใหม่กันล่วงหน้าว่างั้น

 

ถือโอกาสอวยพรคนที่เปิดมาเจอหน้าบล็อค  Merry Christmas & Happy New Year 2010  

ขอให้ปีใหม่นี้พบเจอแต่เรื่องดีๆและมีความสุขนะคะ ^ ^

ประสบการณ์สอบ TOEIC

posted on 28 Nov 2009 23:33 by hiyono

ประสบการณ์สอบโทอิก ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสหลังจากฟังคนอื่นเล่ามา ลองมาเล่าเป็นของตัวเองกะเค้ามั่ง

 

โทอิกเป็นคะแนนสำคัญสำหรับผู้หางานทั้งหลาย(ฮา) อารมณ์ว่าเป็นข้อการันตีทักษะภาษาอังกฤษอย่างหนึ่ง 

แต่เราว่าเหมือนเอาไว้เพิ่มให้เรซูเม่ดูน่าสนใจขึ้นมาเล็กน้อยมากกว่า -____-'

เพราะจะว่ากันตามจริงนั้น เราว่ามันก็วัดทักษะไม่ได้หมดหรอก เนื่องจาก ข้อสอบ 200 ข้อแบ่งเป็น Listening 100 ข้อ แล้วก็ Reading 100 ข้อ ไม่มีทักษะการพูด+เขียนค่ะ  

แต่ก็ถือว่าวัดได้ระดับหนึ่ง คงเพราะพูดกับเขียนมันตัดสินคะแนนออกมายากล่ะมั้ง อยากรู้จงไปสอบไอเอลโทเฟลเถอะ 55 

พอดีช่วงนี้ ปีสี่เริ่มมีบริษัทมารับสมัครงานกันที่คณะ ก็เลยได้คูปองส่วนลดค่าสอบมาสองใบด้วยกัน เจ้าใหญ่ก็ Toyata,SCG จากราคาเต็ม 1,200 จะลดเหลือ 800 และ 700 ตามลำดับ 

คะแนนแต่ละที่ก็จะมีระดับขั้นต่ำแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่ 550 นะ 

 

ขั้นตอนก่อนเข้าสอบ โทรจองที่ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน วันสอบมีตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์ วันละ 2 รอบเช้าบ่ายค่ะ 

ด้วยความเปรี้ยว อยากไปลองข้อสอบดูแนวแล้วระหว่างสองที่อยากดูดีที่ SCG มากกว่า ก็เลยใช้คูปองโตโยต้าก่อนทั้งๆที่มันหมดอายุทีหลัง -__-  แต่สุดท้ายคะแนนออกก็อยากอัฟคะแนนเพิ่มแต่คูปอง SCG จะหมดอายุแล้วคนเลยจองสอบจนเต็มเลยต้องโดดเรียนไปสอบวันนึงเลยทีเดียว เฮ้อ..ขนาดจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์นะเนี่ย ดังนั้น อย่าประมาทค่ะ วันเสาร์คนอาจจะเยอะกว่าปกติได้ 

หลักฐานที่ต้องนำไป บัตรประชาชนตัวจริง หรือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ ถ้ามีคูปองก็ห้ามลืมคูปองเด็ดขาดค่ะ 

เราสอบรอบบ่าย 2 ครั้งเลยเพราะว่าต้องไปถึงที่สอบก่อน 1 ชั่วโมง การจะไปจากรังสิตถึงแถบอโศกในแปดโมงเช้านั้น..ขี้เกียจเกินค่ะ แต่เดาว่าคนน่าจะไม่เยอะเท่ารอบบ่าย ยังไงก็เสียเวลาครึ่งวันเท่ากันอ่ะ 

ขั้นตอนเริ่ม ขั้นแรก เข้าแถว ยื่นบัตรปชช ยืนยันข้อมูล และ...ถ่ายรูป -__-" อุบาทส์มากกก เหมือนอ่านเจอว่าเดี๋ยวนี้คะแนนสอบเค้าไม่ต้องถ่ายรูปติดแล้วดูดีมีชาติตระกูล มันเป็นข้อมูลที่ไม่อัฟเดทซะงั้น

เรื่องจริงคือ เจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปคุณด้วยกล้องเวบแคมตัวจิ๋วอย่างรวดเร็วเพื่อใช้พิมพ์ติดใบคะแนน ถ้าใครถ่ายออกมาดีก็อนุโมทนาสาธุค่ะ เรารูป...เอ่อ ไร้คำบรรยาย หน้าตากินคนได้เลยทีเดียว แต่อย่างน้อยมันก็เป็นขาวดำ(ฮา)

ขั้นที่สอง ต่อแถว ตรวจสอบข้อมูล จ่ายเงิน จนท.จะให้บัตรประจำตัวสอบที่มีรูปเราปรินท์แปะอยู่มาพร้อมใบเสร็จ

ขั้นที่สาม ต่อแถวลงทะเบียนเขียนลงสมุด (ขั้นอื่นๆทำงานกะคอมฯ 55+ เป็นขั้นที่เราแอบคิดว่ายุบรวมขั้นอื่นได้นะคะเนี่ย) ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน เค้าจะขีดๆไฮไลท์ในบัตรประจำตัวสอบให้ เอาไว้ใช้เวลากรอกกระดาษคำตอบนั่นเอง

เสร็จแล้วก็รอเวลาเข้าห้องสอบ เปิดประตู 12.45 แต่..จริงๆแล้วเราว่าเข้าตอนบ่ายโมงก็ทันค่ะ เพราะว่าจะต้องตรวจตัวผู้เข้าสอบอย่างละเอียดดด และแถวก็จะค่อนข้างยาว ดังนั้น ถ้ายังไม่ได้รองท้อง ลงไปหาขนมกินได้สบายๆ  

ของที่เอาเข้าห้องสอบได้ บัตรประจำตัวสอบ บัตรปชช. กระเป๋าตัง ปากกา ดินสอ ยางลบ (จริงๆสามอย่างหลังนี้เค้าเตรียมให้ในห้องค่ะ ไม่ต้องเอาไปก็ได้ แต่ถ้าแบบว่าเป็นดินสอนำโชคที่ฝนถนัดก็พกไปแบบเราเป็นต้น 55)

นอกนั้นต้องวางไว้ในสำนักงาน มีที่วางแต่ไม่รับประกันความปลอดภัย หายไม่รับผิดชอบ อย่าพกอะไรไปเยอะเป็นดีค่ะ 

 

รอบแรก ไอ้เราก็กินข้าวเช้า 10 โมง ถึงเวลาไปตรงนั้นไม่รู้จะหาอะไรกิน คิดว่าสอบสองชั่วโมงแป๊ปๆไม่เป็นไร ปรากฏว่าบ่ายโมงเศษยังอธิบายข้อสอบอยู่เลย หิวมากกกก ท้องร้องจนแบบคิดว่าคนข้างๆต้องได้ยินแน่ๆ อายมาก -"- ครั้งที่สองก็เลยลงไปหาอะไรทาน นั่งเล่นจนบ่ายโมงก็ยังเข้าห้องทัน เพราะว่าแถวข้างหน้าห้องยังตรวจร่างกายกันอยู่เลยค่ะ 

เข้าห้อง จนท.จะเปิดเทปเรื่องสอบโทอิกให้ฟังว่ามีกี่ข้อ แบ่งยังไง ตามหนังสือสอบทั่วไปก็จะมีบอกอยู่แล้ว แต่ว่าอย่าลืมว่าตอนนี้เค้าเป็น Toeic Redesign แล้วนะคะ หนังสือบางเล่มยังเป็นแบบเก่าอ่ะ 

Part listening ต้องตั้งสมาธิดี เพราะว่าอ่านรอบเดียว เราแอบสมาธิหลุดไปหลายข้อเหมือนกันเพราะว่ามันอ่านตั้ง 100 ข้ออ่ะ ต้องฟัง ฝน แล้วก็ตั้งสมาธิฟังข้อต่อไป แต่เทปจะมีเว้นช่วงให้ฝนข้อสอบสั้นๆทุกข้อ เสียงอ่านฟังไม่ยากแต่เค้าจะหลอกที่คำออกเสียงคล้ายๆกันมากกว่า (แต่บางข้อก็มีคำที่แอบรู้สึกไม่ค่อยชัดอ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองหูไม่ดีเองรึเปล่า) 

วิธีฝึกส่วนนี้ เราว่าถ้าเป็นคนดูหนังฟังเพลงต่างประเทศอยู่แล้วก็น่าจะทำได้ดีเลย ช่วงนี้เราพยายามฝึกอิ้งตัวเองด้วยการฟัง podcast ค่ะแต่ไม่ได้เพราะจะสอบโทอิกนะ คิดว่ามันก็แอบช่วยนิดนึงให้คุ้นกับการออกเสียงอ่ะ  ที่เคยเห็นวิธีฝึกส่วนนี้จะมี CD ของ Barron อยู่หาโหลดได้ตาม 4shared (เคยโหลดแต่ฟังแล้วไม่รู้ว่าตัว Key มันอยู่ที่ไหนก็เลยไม่ได้ฟังต่อ คิดว่าถ้า search ก็น่าจะเจอไม่ยากนะ)   

รอบแรกชิวมาก ฟังเรื่อยๆ แต่พอสอบรอบสอง แม่เจ้า..วันนั้นไม่มีสมาธิเลย หลุดรวด ฟังคำถามไม่ทัน ซึ่ง..ถ้าฟังคำตอบไม่ทันซักข้อมันยังมั่วได้จากคำตอบอื่น แต่ฟังคำถามไม่ทันนี่จนใจจริงๆ T____T 

 

Part reading ความยากอยู่ที่ต้องเร็วค่ะ เพราะว่า 100 ข้อ 75 นาที ตกข้อละไม่ถึงนาที ส่วนใหญ่ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ทำไม่ทันมากกว่า 

หนังสือแนะนำของเรา เราว่า "600 essential words for the Toeic" ของ barron (เจ้าเดียวกับ cd ที่เห็นข้างบน) ทำส่วนแบบฝึกหัดที่แต่ละบทมี 4 ข้อสั้นๆอ่ะค่ะ (แหล่งเดิมจาก 4 shared ^^")  ข้อเสียคือไม่มีเฉลยว่าทำไมมันใช้คำนี้(วะ) แล้วก็จะเป็นข้อสอบที่อารมณ์เหมือนๆกันไปหมดทุกแบบฝึกหัด ทำไปซักพักอาจเบื่อได้ เป็นอารมณ์ฝึกแยกประเภทของคำว่าเป็น S,V,Adj. พวกนี้อ่ะ แต่เราก็ไม่ได้อ่านเท่าไหร่ หลังสอบมาเปิดเจอถึงรู้สึกว่าทำไมไม่หัดทำตรงนี้เนี่ย! 

หนังสือไทย "เคล็ดลับสอบ Toeic"เล่มที่ปกสีน้ำเงินเขียวก็พอใช้ได้ค่ะ ของดร.ธนพล อารมณ์คล้ายข้อสอบของจริงอยู่ แต่ส่วนตัวเราว่าเฉลยไม่ค่อยเสริมความเข้าใจเพิ่มเติมเท่าไหร่ ไม่อธิบายละเอียดอ่ะ

หนังสือของอ.นเรศ อ่า..เราจำชื่อไม่ได้ ฝึก grammar,error ล้วนๆ เป็นแบบข้อสอบเก่า เราว่าเฉลยเข้าใจดีค่ะ แต่ว่ามันดูจะยากไปสำหรับข้อสอบแบบ redesign ที่ไม่ได้เป็น error แล้วอ่ะ อ่านเพื่อทำความเข้าใจก็โอเค  

นอกจากข้อสอบแยกประเภทคำ ก็เป็นข้อสอบพวกศัพท์บวกแกรมม่าเล็กๆ คล้ายๆอันก่อน ช่วงนี้รวมๆกัน 40 ข้อค่ะ 

 

60 ข้อหลัง เป็นอ่านข่าว อีเมล์ จับประเด็นแล้วตอบคำถาม ส่วนนี้เป็นส่วนเก็บคะแนนของเราเลย(คาดว่านะ เพราะส่วน 40 ข้อแรกใช้วิธีเซนส์ส่วนตัวตลอด ไม่เคยใช้หลักวิชาการมาจับแต่อย่างใด) ถ้าอ่านทันและทำเร็วๆเราว่าทุกคนได้ส่วนนี้เยอะเหมือนกันแหล่ะ แต่เพื่อนเราส่วนใหญ่จะทำตรงนี้เสร็จไม่ทันเวลาค่ะ

วิธีเรา รอบแรกทำเรียงตามปกติ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา แกรมม่านี่เราไม่ลังเลและกะว่าจะไม่หันมาตรวจทานเด็ดขาดเพราะเดี๋ยวไม่ทัน พอลังเลระหว่างสองข้อก็ตัดสินใจไปเลยฝนไปเลย  ปรากฏว่าเราทำเสร็จก่อนเวลาเกือบ 15 นาที (o__0) ตกใจตัวเองเลย คาดว่าเพราะว่าเราตัดสินใจเด็ดขาดไปเลยทุกข้อทำให้ทำเวลาได้ดีอ่ะ

รอบสอง เราข้ามไปทำ 60 ข้อหลังก่อน ก็พยายามทำตามความเร็วปกติ แล้วค่อยกลับมาทำ 40 ข้อแรกทีหลัง ปรากฏว่า..ทำเสร็จทันเวลาพอดีเป๊ะ เกือบฝนไม่ทัน! คือเราเริ่ม 40 ข้อหลังตอนที่เวลาเหลือครึ่งชั่วโมง ตื่นเต้นมากกกก แค่ฝนเสร็จทันก็ถือว่าโชคดีแล้ว -________-""

ตอนนี้รอคะแนนรอบที่สองอยู่ค่ะ รอบแรกได้ 790 แต่อยากได้หลัก 8 นำเลยไปสอบใหม่แต่ไม่มีเวลาเตรียมตัวเพราะคูปองใกล้หมดอายุมาเจออาทิตย์งานเยอะ เลยยิ่งรู้สึกแย่กว่ารอบแรกที่ได้อ่านมาบ้างเล็กน้อย ส่วนตัวประเมินตัวเองว่าคงได้น้อยลงแน่ๆ จาก part  listening ที่สมาธิแตกกระเจิงไป แล้วก็ part reading ที่ทำเกือบไม่ทัน เฮ้อ..เล่าแล้วอนาถ 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังจะไปสอบบ้างนะคะ ^_____^