ประสบการณ์สอบ TOEIC

posted on 28 Nov 2009 23:33 by hiyono

ประสบการณ์สอบโทอิก ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสหลังจากฟังคนอื่นเล่ามา ลองมาเล่าเป็นของตัวเองกะเค้ามั่ง

 

โทอิกเป็นคะแนนสำคัญสำหรับผู้หางานทั้งหลาย(ฮา) อารมณ์ว่าเป็นข้อการันตีทักษะภาษาอังกฤษอย่างหนึ่ง 

แต่เราว่าเหมือนเอาไว้เพิ่มให้เรซูเม่ดูน่าสนใจขึ้นมาเล็กน้อยมากกว่า -____-'

เพราะจะว่ากันตามจริงนั้น เราว่ามันก็วัดทักษะไม่ได้หมดหรอก เนื่องจาก ข้อสอบ 200 ข้อแบ่งเป็น Listening 100 ข้อ แล้วก็ Reading 100 ข้อ ไม่มีทักษะการพูด+เขียนค่ะ  

แต่ก็ถือว่าวัดได้ระดับหนึ่ง คงเพราะพูดกับเขียนมันตัดสินคะแนนออกมายากล่ะมั้ง อยากรู้จงไปสอบไอเอลโทเฟลเถอะ 55 

พอดีช่วงนี้ ปีสี่เริ่มมีบริษัทมารับสมัครงานกันที่คณะ ก็เลยได้คูปองส่วนลดค่าสอบมาสองใบด้วยกัน เจ้าใหญ่ก็ Toyata,SCG จากราคาเต็ม 1,200 จะลดเหลือ 800 และ 700 ตามลำดับ 

คะแนนแต่ละที่ก็จะมีระดับขั้นต่ำแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่ 550 นะ 

 

ขั้นตอนก่อนเข้าสอบ โทรจองที่ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน วันสอบมีตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์ วันละ 2 รอบเช้าบ่ายค่ะ 

ด้วยความเปรี้ยว อยากไปลองข้อสอบดูแนวแล้วระหว่างสองที่อยากดูดีที่ SCG มากกว่า ก็เลยใช้คูปองโตโยต้าก่อนทั้งๆที่มันหมดอายุทีหลัง -__-  แต่สุดท้ายคะแนนออกก็อยากอัฟคะแนนเพิ่มแต่คูปอง SCG จะหมดอายุแล้วคนเลยจองสอบจนเต็มเลยต้องโดดเรียนไปสอบวันนึงเลยทีเดียว เฮ้อ..ขนาดจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์นะเนี่ย ดังนั้น อย่าประมาทค่ะ วันเสาร์คนอาจจะเยอะกว่าปกติได้ 

หลักฐานที่ต้องนำไป บัตรประชาชนตัวจริง หรือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ ถ้ามีคูปองก็ห้ามลืมคูปองเด็ดขาดค่ะ 

เราสอบรอบบ่าย 2 ครั้งเลยเพราะว่าต้องไปถึงที่สอบก่อน 1 ชั่วโมง การจะไปจากรังสิตถึงแถบอโศกในแปดโมงเช้านั้น..ขี้เกียจเกินค่ะ แต่เดาว่าคนน่าจะไม่เยอะเท่ารอบบ่าย ยังไงก็เสียเวลาครึ่งวันเท่ากันอ่ะ 

ขั้นตอนเริ่ม ขั้นแรก เข้าแถว ยื่นบัตรปชช ยืนยันข้อมูล และ...ถ่ายรูป -__-" อุบาทส์มากกก เหมือนอ่านเจอว่าเดี๋ยวนี้คะแนนสอบเค้าไม่ต้องถ่ายรูปติดแล้วดูดีมีชาติตระกูล มันเป็นข้อมูลที่ไม่อัฟเดทซะงั้น

เรื่องจริงคือ เจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปคุณด้วยกล้องเวบแคมตัวจิ๋วอย่างรวดเร็วเพื่อใช้พิมพ์ติดใบคะแนน ถ้าใครถ่ายออกมาดีก็อนุโมทนาสาธุค่ะ เรารูป...เอ่อ ไร้คำบรรยาย หน้าตากินคนได้เลยทีเดียว แต่อย่างน้อยมันก็เป็นขาวดำ(ฮา)

ขั้นที่สอง ต่อแถว ตรวจสอบข้อมูล จ่ายเงิน จนท.จะให้บัตรประจำตัวสอบที่มีรูปเราปรินท์แปะอยู่มาพร้อมใบเสร็จ

ขั้นที่สาม ต่อแถวลงทะเบียนเขียนลงสมุด (ขั้นอื่นๆทำงานกะคอมฯ 55+ เป็นขั้นที่เราแอบคิดว่ายุบรวมขั้นอื่นได้นะคะเนี่ย) ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน เค้าจะขีดๆไฮไลท์ในบัตรประจำตัวสอบให้ เอาไว้ใช้เวลากรอกกระดาษคำตอบนั่นเอง

เสร็จแล้วก็รอเวลาเข้าห้องสอบ เปิดประตู 12.45 แต่..จริงๆแล้วเราว่าเข้าตอนบ่ายโมงก็ทันค่ะ เพราะว่าจะต้องตรวจตัวผู้เข้าสอบอย่างละเอียดดด และแถวก็จะค่อนข้างยาว ดังนั้น ถ้ายังไม่ได้รองท้อง ลงไปหาขนมกินได้สบายๆ  

ของที่เอาเข้าห้องสอบได้ บัตรประจำตัวสอบ บัตรปชช. กระเป๋าตัง ปากกา ดินสอ ยางลบ (จริงๆสามอย่างหลังนี้เค้าเตรียมให้ในห้องค่ะ ไม่ต้องเอาไปก็ได้ แต่ถ้าแบบว่าเป็นดินสอนำโชคที่ฝนถนัดก็พกไปแบบเราเป็นต้น 55)

นอกนั้นต้องวางไว้ในสำนักงาน มีที่วางแต่ไม่รับประกันความปลอดภัย หายไม่รับผิดชอบ อย่าพกอะไรไปเยอะเป็นดีค่ะ 

 

รอบแรก ไอ้เราก็กินข้าวเช้า 10 โมง ถึงเวลาไปตรงนั้นไม่รู้จะหาอะไรกิน คิดว่าสอบสองชั่วโมงแป๊ปๆไม่เป็นไร ปรากฏว่าบ่ายโมงเศษยังอธิบายข้อสอบอยู่เลย หิวมากกกก ท้องร้องจนแบบคิดว่าคนข้างๆต้องได้ยินแน่ๆ อายมาก -"- ครั้งที่สองก็เลยลงไปหาอะไรทาน นั่งเล่นจนบ่ายโมงก็ยังเข้าห้องทัน เพราะว่าแถวข้างหน้าห้องยังตรวจร่างกายกันอยู่เลยค่ะ 

เข้าห้อง จนท.จะเปิดเทปเรื่องสอบโทอิกให้ฟังว่ามีกี่ข้อ แบ่งยังไง ตามหนังสือสอบทั่วไปก็จะมีบอกอยู่แล้ว แต่ว่าอย่าลืมว่าตอนนี้เค้าเป็น Toeic Redesign แล้วนะคะ หนังสือบางเล่มยังเป็นแบบเก่าอ่ะ 

Part listening ต้องตั้งสมาธิดี เพราะว่าอ่านรอบเดียว เราแอบสมาธิหลุดไปหลายข้อเหมือนกันเพราะว่ามันอ่านตั้ง 100 ข้ออ่ะ ต้องฟัง ฝน แล้วก็ตั้งสมาธิฟังข้อต่อไป แต่เทปจะมีเว้นช่วงให้ฝนข้อสอบสั้นๆทุกข้อ เสียงอ่านฟังไม่ยากแต่เค้าจะหลอกที่คำออกเสียงคล้ายๆกันมากกว่า (แต่บางข้อก็มีคำที่แอบรู้สึกไม่ค่อยชัดอ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองหูไม่ดีเองรึเปล่า) 

วิธีฝึกส่วนนี้ เราว่าถ้าเป็นคนดูหนังฟังเพลงต่างประเทศอยู่แล้วก็น่าจะทำได้ดีเลย ช่วงนี้เราพยายามฝึกอิ้งตัวเองด้วยการฟัง podcast ค่ะแต่ไม่ได้เพราะจะสอบโทอิกนะ คิดว่ามันก็แอบช่วยนิดนึงให้คุ้นกับการออกเสียงอ่ะ  ที่เคยเห็นวิธีฝึกส่วนนี้จะมี CD ของ Barron อยู่หาโหลดได้ตาม 4shared (เคยโหลดแต่ฟังแล้วไม่รู้ว่าตัว Key มันอยู่ที่ไหนก็เลยไม่ได้ฟังต่อ คิดว่าถ้า search ก็น่าจะเจอไม่ยากนะ)   

รอบแรกชิวมาก ฟังเรื่อยๆ แต่พอสอบรอบสอง แม่เจ้า..วันนั้นไม่มีสมาธิเลย หลุดรวด ฟังคำถามไม่ทัน ซึ่ง..ถ้าฟังคำตอบไม่ทันซักข้อมันยังมั่วได้จากคำตอบอื่น แต่ฟังคำถามไม่ทันนี่จนใจจริงๆ T____T 

 

Part reading ความยากอยู่ที่ต้องเร็วค่ะ เพราะว่า 100 ข้อ 75 นาที ตกข้อละไม่ถึงนาที ส่วนใหญ่ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ทำไม่ทันมากกว่า 

หนังสือแนะนำของเรา เราว่า "600 essential words for the Toeic" ของ barron (เจ้าเดียวกับ cd ที่เห็นข้างบน) ทำส่วนแบบฝึกหัดที่แต่ละบทมี 4 ข้อสั้นๆอ่ะค่ะ (แหล่งเดิมจาก 4 shared ^^")  ข้อเสียคือไม่มีเฉลยว่าทำไมมันใช้คำนี้(วะ) แล้วก็จะเป็นข้อสอบที่อารมณ์เหมือนๆกันไปหมดทุกแบบฝึกหัด ทำไปซักพักอาจเบื่อได้ เป็นอารมณ์ฝึกแยกประเภทของคำว่าเป็น S,V,Adj. พวกนี้อ่ะ แต่เราก็ไม่ได้อ่านเท่าไหร่ หลังสอบมาเปิดเจอถึงรู้สึกว่าทำไมไม่หัดทำตรงนี้เนี่ย! 

หนังสือไทย "เคล็ดลับสอบ Toeic"เล่มที่ปกสีน้ำเงินเขียวก็พอใช้ได้ค่ะ ของดร.ธนพล อารมณ์คล้ายข้อสอบของจริงอยู่ แต่ส่วนตัวเราว่าเฉลยไม่ค่อยเสริมความเข้าใจเพิ่มเติมเท่าไหร่ ไม่อธิบายละเอียดอ่ะ

หนังสือของอ.นเรศ อ่า..เราจำชื่อไม่ได้ ฝึก grammar,error ล้วนๆ เป็นแบบข้อสอบเก่า เราว่าเฉลยเข้าใจดีค่ะ แต่ว่ามันดูจะยากไปสำหรับข้อสอบแบบ redesign ที่ไม่ได้เป็น error แล้วอ่ะ อ่านเพื่อทำความเข้าใจก็โอเค  

นอกจากข้อสอบแยกประเภทคำ ก็เป็นข้อสอบพวกศัพท์บวกแกรมม่าเล็กๆ คล้ายๆอันก่อน ช่วงนี้รวมๆกัน 40 ข้อค่ะ 

 

60 ข้อหลัง เป็นอ่านข่าว อีเมล์ จับประเด็นแล้วตอบคำถาม ส่วนนี้เป็นส่วนเก็บคะแนนของเราเลย(คาดว่านะ เพราะส่วน 40 ข้อแรกใช้วิธีเซนส์ส่วนตัวตลอด ไม่เคยใช้หลักวิชาการมาจับแต่อย่างใด) ถ้าอ่านทันและทำเร็วๆเราว่าทุกคนได้ส่วนนี้เยอะเหมือนกันแหล่ะ แต่เพื่อนเราส่วนใหญ่จะทำตรงนี้เสร็จไม่ทันเวลาค่ะ

วิธีเรา รอบแรกทำเรียงตามปกติ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา แกรมม่านี่เราไม่ลังเลและกะว่าจะไม่หันมาตรวจทานเด็ดขาดเพราะเดี๋ยวไม่ทัน พอลังเลระหว่างสองข้อก็ตัดสินใจไปเลยฝนไปเลย  ปรากฏว่าเราทำเสร็จก่อนเวลาเกือบ 15 นาที (o__0) ตกใจตัวเองเลย คาดว่าเพราะว่าเราตัดสินใจเด็ดขาดไปเลยทุกข้อทำให้ทำเวลาได้ดีอ่ะ

รอบสอง เราข้ามไปทำ 60 ข้อหลังก่อน ก็พยายามทำตามความเร็วปกติ แล้วค่อยกลับมาทำ 40 ข้อแรกทีหลัง ปรากฏว่า..ทำเสร็จทันเวลาพอดีเป๊ะ เกือบฝนไม่ทัน! คือเราเริ่ม 40 ข้อหลังตอนที่เวลาเหลือครึ่งชั่วโมง ตื่นเต้นมากกกก แค่ฝนเสร็จทันก็ถือว่าโชคดีแล้ว -________-""

ตอนนี้รอคะแนนรอบที่สองอยู่ค่ะ รอบแรกได้ 790 แต่อยากได้หลัก 8 นำเลยไปสอบใหม่แต่ไม่มีเวลาเตรียมตัวเพราะคูปองใกล้หมดอายุมาเจออาทิตย์งานเยอะ เลยยิ่งรู้สึกแย่กว่ารอบแรกที่ได้อ่านมาบ้างเล็กน้อย ส่วนตัวประเมินตัวเองว่าคงได้น้อยลงแน่ๆ จาก part  listening ที่สมาธิแตกกระเจิงไป แล้วก็ part reading ที่ทำเกือบไม่ทัน เฮ้อ..เล่าแล้วอนาถ 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังจะไปสอบบ้างนะคะ ^_____^ 

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (171.96.181.7|171.96.181.7) on 2014-12-03 15:38

หนูว่าหนังสือ TOEICของอาจารย์ธนพล เข้าใจง่ายนะ อ่านให้ละเอียดเหมือนที่เขาแนะนำซิ

#2 By น้องแนน (101.109.166.117|101.109.166.117) on 2014-04-06 19:03

เป็นประโยชน์มากเลยหล่ะครับ สำหรับเพื่อนๆที่กำลังสนใจและกำลังเตรียมตัวเพื่อลงสนามสอบ TOEIC กับเจ้าของบทความบ้าง อ่านดูแล้วรู้สึกจะมีครบทุกรสเลยฮะสนุกดี คะแนนมากกว่า 700 อัพนี่ก็ถือว่าหรูดูดีมีชาติตระกูลแล้วครับ แนะนำว่าถ้าอยากเพิ่มคะแนนให้มากขึ้นให้นึกถึงหลัก 900 ไปเลยเพราะการตั้งเป้าหมายไว้สูงๆย่อมทำให้เราฮึดที่จะป่ายปีนส่วนจะตกลงมาหลังหักหรือไม่นั้นต้องจับให้มั่นฮะ หุหุ แต่ก็อย่าไปซีเรียสอะไรกับคะแนนมากมายนอกเสียจากว่ามีผลต่อหน้าที่การงานเราอันนี้ต้องจัดเต็มเอาให้อยู่กันหน่อย ฝากลิงค์แนวข้อสอบ TOEIC จากสถาบัน Pornpan Academy ไว้ให้กับเพื่อนๆที่อาจจะแวะเวียนมาอ่านบทความ สามารถลองเข้าไปเทสกันดูได้ว่าที่อ่านมานั้นแน่นหรือยัง เพราะถ้าจะไปอ่านหามรุ่งหามค่ำคืนก่อนสอบขอบอกว่าไม่แนะนำครับ เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆดีกว่ากันแยะ

http://www.kbeautifullife.com/test-center/

#1 By แนวข้อสอบ TOEIC (10.55.58.217, 202.12.97.111) on 2011-12-13 18:07